Kuala Lumpur Bird Park (KL Bird Park)

เดินชิวๆ ที่สวนนกกัวลาลัมเปอร์ (KL Bird Park)

ปกติแล้วถ้าพูดถึงสวนสัตว์ก็จะต้องหมายถึงว่าสถานที่ที่มีสัตว์มากมายหลากหลายชนิดเต็มไปหมดให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปชมการใช้ชีวิต การหากิน และชมสัตว์ต่างๆ เหล่านี้แบบตัวเป็นๆ แต่ถ้าพูดถึงสวนนกนั่นก็หมายถึงสวนสัตว์อีกประเภทหนึ่งที่จะเน้นโชว์หรือจัดแสดงนกสายพันธุ์ต่างๆ เป็นหลัก ซึ่งถ้าใครได้มีโอกาสเดินทางไปยังมาเลเซียขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่คุณจะได้พบกับนกหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้เชิญชมความสวยงาม ความน่ารัก ความแสนรู้ของเจ้านกต่างๆ เหล่านี้ สถานที่ที่ว่านั่นคือ สวนนกกัวลาลัมเปอร์ หรือ KL Bird Park ชมนกมากมายได้ที่สวนนกกัวลาลัมเปอร์ สำหรับสวนนกกัวลาลัมเปอร์ถือว่าเป็นสวนนกแบบปิดที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของโลก มีพื้นที่ประมาณ 21 เอเคอร์ สถานที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยสัตว์ปีกนานาชนิดที่สามารถโบยบินได้อย่างอิสระ ขณะเดียวกันก็มีโรงเลี้ยงแบบปิดสำหรับการเลี้ยงดูสัตว์ปีกพันธุ์หายากและแปลกตาชนิดต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีการแสดงการให้อาหารนก มีสถานอนุบาลนก ที่จะได้พบกับนกพันธุ์หายากมากมายจากสวนนกแห่งนี้ เมื่อก้าวเดินเข้ายังสวนนกกัวลาลัมเปอร์จะได้เดินผ่านโซนที่เป็นสวนนกเพื่อให้นกได้บินอย่างอิสระ มีหลากหลายสายพันธุ์ บินจากต้นหนึ่งข้ามไปยังอีกต้นหนึ่ง มีนกเดินย่างในลำธาร เห็นนกเลี้ยงลูกน้อย มีการให้อาหารตลอดทั้งวัน และกิจกรรมจากนกอีกหลากหลายรูปแบบ พอเดินผ่านเข้าไปในสวนสิ่งที่ต้องมองหาเลยก็คือ นกยูงอินเดียสีน้ำเงินสด มีแพนหางยาวถึง 1.5 เมตร ถือว่าเป็นนกที่มีความสวยงามอย่างมาก ที่บริเวณสระนกฟลามิงโกจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการรวมตัวของเจ้านกฟลามิงโกทั้งหลายและการอยู่ร่วมกันกับคน มีนกฟลามิงโกทั้งตัวเล็กตัวใหญ่กินอาหารอย่างมีความสุข นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังมีนกพิลิแกนและนกน้ำอื่นๆ ที่อยู่ข้างกันด้วย มาหยุดกันที่ Love Aviary แล้วชมนกแก้วอินเดียคอปล้อง หรือนกเลิฟเบิร์ด เป็นนกที่จะมีคู่เพียงตัวเดียวตลอดชีวิต ชีวิตประจำวันของพวกมันก็คือจะอยู่ข้างกันกับคู่ของมัน หรือหากใครอยากตื่นเต้นกับการแสดงของเหล่าบรรดานกนักล่าทั้งหลายก็ไปได้ที่กรงนกเหยี่ยวแดงช่วงบ่ายๆ หน่อย ต่อมาก็ไปกันที่

National Mosque of Malaysia

มัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซียสวยเด่นเห็นแต่ไกล

ด้วยความที่ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ดังนั้นศาสนสถานของศาสนาอิสลามที่มีไว้สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ก็คือ มัสยิด เปรียบเทียบกับบ้านเราง่ายๆ ก็คือเมืองพุทธต้องมีวัดเป็นสถานที่สำคัญ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประชาชนของมาเลเซียจะให้ความสำคัญกับมัสยิดต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งหนึ่งในมัสยิดที่มีชื่อเสียงจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของมาเลเซียไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็คือ มัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซีย มัสยิดที่คนมาเลเซียและผู้เยี่ยมเยียนทุกคนต้องรู้จัก ชมวัฒนธรรมทางศาสนาที่มัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซีย มัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซียสร้างขึ้นในปี 1965 ถือเป็นสัญลักษณ์ของมาเลเซียใหม่ที่มีความเป็นอิสรภาพและสหพันธรัฐ มัสยิดแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวสหราชอาณาจักรร่วมกับชาวมาเลเซีย เป็นสถานที่ที่ถูกผสมผสานเข้าด้วยกันระหว่างความกล้าหาญของการออกแบบด้วยรูปแบบสมัยใหม่กับสัญลักษณ์นิยมของอิสลาม มัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซียแห่งนี้มีพื้นที่โดยรวม 13 เอเคอร์ รายล้อมด้วยสระน้ำ น้ำพุ และสวนต่างๆ ช่วยให้เกิดความร่มเย็น สงบ และสวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ท่านจะได้มีโอกาสชื่นชมความงามของโดมประธานมีลักษณะเป็นจีบสีน้ำเงินและมินาเร็ดหรือหอคอยที่สูง 73 เมตร เมื่อได้เดินเข้ามาใกล้ยังมัสยิดขนาดใหญ่แห่งนี้ สำหรับส่วนประกอบของมัสยิดทั้งสองได้รับแรงบันดาลใจมาจากร่ม เป็นสิ่งที่ถูกเลือกมาเพื่อแสดงออกถึงสภาพภูมิอากาศบนเส้นศูนย์สูตรของมาเลเซีย ลักษณะของยอดมินาเร็ดก็ได้แรงบันดาลใจมาจากลักษณะของร่มที่หุบ ส่วนตรงโดมประธานเป็นลักษณะของร่มที่กางออกอย่างเต็มที่ รอบๆ ตึกจะมีโดมขนาดเล็กทั้งสิ้น 48 โดม บริเวณด้านบนของทางเดินจะมีหลังคาพร้อมด้วยส่วนสำหรับการบริหารจัดการต่างๆ ภายในห้องละหมดหลักจะมีพื้นที่กว้างขวาง มีผนัง หน้าต่างเป็นกระจกสีและแชนเดอร์เลียร์ที่มีความสวยสดงดงามอย่างมาก ภายในมัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซียแห่งนี้มีพื้นที่มากพอที่จะสามารถรองรับผู้คนได้เยอะถึง 15,000 คน ส่งผลให้มัสยิดแห่งนี้ถือเป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย ท่านสามารถเดินชมพื้นที่ด้านนอกได้อย่างอิสระไม่ว่าจะเป็นสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำตก สระน้ำ และสนามโดยรอบที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ตั้งอยู่ติดกับมัสยิดนี้ อย่าง Makam Pahlawan เป็นสถานที่เก็บศพของนักการเมืองคนสำคัญของมาเลเซีย

National Museum of Malaysia

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติมาเลเซียที่ควรเข้าชมศึกาาหาความรู้

ปกติเวลาที่ได้มีโอกาสเดินทางไปตามประเทศไหนก็แล้วแต่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ยังคงความน่าสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปเยี่ยมชมได้เสมอนั่นคือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ส่วนหนึ่งก็มาจากว่าการเข้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวประเภทนี้จะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมา วัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามของประเทศนั้นๆ จนทำให้รู้สึกถึงความน่าสนใจและอยากเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศต่างๆ ไปอีกหลายด้าน เช่นเดียวกันกับการเดินทางมายังมาเลเซียสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่พลาดไม่ได้นั่นคือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติมาเลเซีย ที่แม้จะต้องออกตัวก่อนว่าสถานที่แห่งนี้อาจไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีลูกเล่นน่าสนใจมากนักหรือไม่ได้มีการตกแต่งที่ดูสะดุดตาทว่าในด้านของความรู้ ด้านประวัติศาสตร์สถานที่แห่งนี้อัดแน่นเอาไว้เพียบเลยทีเดียว รู้จักกับมาเลเซียให้ดีขึ้นที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติมาเลเซีย สำหรับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติมาเลเซียแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ใกล้ๆ กับสถานี KL Sentral ซึ่งถือได้ว่าเป็นทั้งสถานที่รถบัสและสถานีรถไฟสายหลักของกัวลาลัมเปอร์ จากสถานีใช้ระยะทางราว 500 เมตรก็ถึงแล้ว พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติมาเลเซียแห่งนี้จะมีการเก็บค่าเข้าชมด้วยซึ่งก็สามารถดูได้จากทางเข้าว่าเก็บคนละเท่าไหร่ ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านประตูทางเข้าโดยมีจุดซื้อตั๋วอยู่ฝั่งขวามือหลังประตู เมื่อเข้ามาถึงจะเห็นตัวอาคารหลักของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ชั้น มี 2 ปี รวมมีห้องจัดแสดงทั้งหมด 4 ห้อง และจะมองเห็นอาคารเล็กๆ ทางขวามือนั่นคือนิทรรศการด้านนอก ตัวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติมาเลเซียเริ่มต้นสร้างมาตั้งแต่ปี 1959 เป็นช่วงหลังจากที่มาเลเซียได้เอกราชก่อนจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการในปี 1963 เมื่อเข้าไปจะได้พบกับบริษัทรถยนต์แห่งชาติ Proton ซึ่งคันที่เห็นจะเป็น Proton Saga ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรกที่ผลิตมาในปี 1985 นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด เคยขับรถรุ่นนี้ข้ามสะพานปีนังเพื่อไปเปิดสะพานดังกล่าวจัดว่าเป็นความภูมิใจของชาวมาเลเซียอย่างมากที่สามารถผลิตรถยนต์เองได้พร้อมกับมีสะพานข้ามทะเลแห่งแรกในปี 1985 ซึ่งจริงๆ แล้วคันแรกเก็บไว้ที่ปีนังและนี่คือคันเดียวกับล็อตแรก ภายในพิพิธภัณฑ์จะบอกถึงความเป็นมาของมาเลเซียตั้งแต่ผิวเปลือกโลกในยุคก่อน การอพยพของผู้คนก็มาจากแถวประเทศไทย อารยธรรมมนุษย์รุ่นแรกๆ ที่อาศัยพื้นที่บริเวณนี้มีอายุเก่าแก่กว่า