Batu Caves

สักการะเทพของศาสนาฮินดู ที่ ถ้ำบาตู

การท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ อารมณ์ประมาณว่าไปสักการะท่านเทพองค์ต่างๆ นั้น กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวหลายคน ส่วนใหญ่เรามักจะไปท่องเที่ยวเชิงความเชื่อแบบนี้ที่ประเทศเมียนมาร์เป็นส่วนใหญ่ แต่เอาเข้าจริงประเทศมาเลเซียเองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงความเชื่อเหมือนกัน นั่นคือ ถ้ำบาตู ถ้ำบาตู อยู่ที่ไหน ถ้ำบาตู จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของกัวลาลัมเปอร์เหมือนกัน ถ้ำนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์ เดินทางระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร จุดเด่นของถ้ำบาตูนั่นคือ ถ้ำนี้มีความยาวประมาณ 400 เมตร อีกทั้งถ้ำมีความสูงถึง 100 เมตร วิธีการไปเริ่มต้นจาก สถานี KL sentral นั่งรถไฟใต้ดิน KTM Komuter ไปลงสถานี Batu Caves (ไกลน่าดูเหมือนกัน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 20 บาท เดินออกมาจากสถานีก็ไม่ต้องห่วงมีทางเดิน ป้ายบอกทางชัดเจนไม่หลงทางแน่นอน สักการะเทพฮินดู เมื่อออกมาจากสถานีแล้ว เราจะได้เห็นเทพองค์ใหญ่รอเราอยู่ นั่นแสดงว่าเราเดินทางมาถึงแล้ว ถ้ำบาตู นั่นสิ่งแรกและเป็นจุดสำคัญของถ้ำบาตู นั่นคือ การได้สักการะพระขันธกุมารสีทอง องค์ใหญ่ความสูงขนาด 42.7 เมตร เมื่อเราไปยืนอยู่ตรงนั้นแล้วเราจะมีความรู้สึกเหมือนว่าได้มายืนสักการะต่อหน้าท่านเทพผู้สูงส่งจริงๆ เดินสำรวจถ้ำ หลังจากสักการะพระขันธกุมารสีทองแล้ว สถานีต่อไปต้องเหนื่อยกันหน่อย

Sunway Lagoon Water Park from Malaysia

ซันเวย์ลากูน สวนน้ำจากมาเลเซีย

การท่องเที่ยวต่างประเทศหลายคนอาจจะมองไปฝั่งยุโรป อเมริกา หรือประเทศดังๆ อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น แต่ว่าประเทศใกล้บ้านเรือนเคียงอย่างกลุ่มประเทศอาเซียน ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจได้เหมือนกัน คราวนี้เราจะลองไปดูกันว่าประเทศเพื่อนบ้านทางใต้อย่าง มาเลเซีย ที่นั่นเค้ามีสวนน้ำขนาดใหญ่จนเราต้องไปลองกัน สวนสนุกแบบไม่เหมือนใคร สวนน้ำซันเวย์ ลากูน จัดว่าเป็นมากกว่าแค่สวนน้ำ เนื่องจากเค้ามีอะไรหลายอย่างในนั้น อย่างแรกเป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นหลายแบบ สวนสนุกของเค้าตกแต่งไม่เหมือนใครเลย เค้าจะตกแต่งเป็นธีมสวนสนุกผสมกับป่าดิบชื้น เค้าแต่งธีมนิคคาโลเดียนแบบนี้ไม่เป็นแห่งแรกของเอเชียเลยทีเดียว เครื่องเล่นก็สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัยสามารถสนุกได้ทุกคนในครอบครัว สวนน้ำซันเวย์ ลากูน สวนน้ำซันเวย์ ลากูนจัดว่าเป็นไฮไลต์ของที่นี่เลยก็ว่าได้ ซันเวย์ ลากูนมีจุดเด่นตรงที่ชาดหาดเค้าเคลมว่าใหญ่ที่สุดในโลกจากฝีมือมนุษย์นั่นเลย เราขอแนะนำให้ไปลอง Vuvuzela เครื่องเล่นน้ำอันใหญ่ที่จะสร้างประสบการณ์สุดหวาดเสียว กริ๊ดแตกไม่ต่างจากรถไฟเหาะตีลังกาเลยก็ว่าได้ หรือจะเป็น African Pythons สไลเดอร์อันนี้ก็น่าเล่น ทั้งใหญ่ คดเคี้ยว ตื่นเต้น จนทำให้เราหวาดเสียวท้องน้อยจนกว่าจะลงน้ำ และเครื่องอื่นอีกมากมาย บอกเลยว่าแค่เล่นเครื่องเล่นของเค้าก็หมดวันแล้ว สวนสัตว์ ไม่เพียงแค่นั้น ซันเวย์ ลากูน ยังมีโซนไปเที่ยวแบบไม่เปียกอีกด้วย เราแนะนำเป็นโซนสวนสัตว์ เค้าจัดแสดงสัตว์ทั่วโลกกว่า 150 ชนิด สัตว์บางชนิดก็มีเพียงแห่งเดียวในโลกอีกด้วย เค้าจัดแสดสัตว์อย่างใกล้ชิดจะทำให้เด็กได้รับประสบการณ์กับสัตว์น้อยใหญ่อย่างเต็มที่ หรือใครชอบดูโชว์เค้าก็มีจัดแสดงให้ดูความสามารถอย่างเพลิดเพลิน สร้างความสุขกันไปที่นี่มีดาราสัตว์หลายตัวเลย

Merdeka Square Landmark of Malaysia

จัตุรัสเมอร์เดก้า แลนด์มาร์คสำคัญของมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซียมักจะมีการจัดแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองเอาไว้ในหลายวาระแตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าจัตุรัสเมอร์เดก้าต้องเป็นแลนด์มาร์คสำคัญอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน เนื่องจากจัตุรัสนี้เปรียบเสมือนพื้นที่เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่า มาเลเซีย ได้ปลดแอกตัวเองจากการเป็นอาณานิคมอย่างสิ้นเชิง เลยทำให้ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังอย่างน่าประหลาด จัตุรัสเมอร์เดก้า จุดเริ่มต้นของมาเลเซีย จัตุรัสเมอร์เดก้า ถือว่าเป็นพื้นที่สำคัญของหน้าประวัติศาสตร์มาเลเซียเลยก็ว่าได้ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่สำหรับการประกาศเอกราชของมาเลเซีย หลังปลดแอกจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ตอนนั้นจัตุรัสเมอร์เดก้าจะมีการตั้งเสาธงความสูงสุดในโลก (ตอนนั้น) ถึง 95 เมตร แล้วเชิญธงยูเนี่ยนแจ็คของอังกฤษลง แล้วนำธงของประเทศมาเลเซียขึ้นสู่ยอดเสาอันเป็นการประกาศความเป็นเอกราชอย่างแท้จริง นั่นทำให้ตรงนี้จะเป็นบริเวณสำหรับจัดงานวันชาติของประเทศมาเลเซีย พิธีสวนสนามและการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ของประเทศ ทุกวันที่ 31 สิงหาคม สถาปัตยกรรมที่สวยงาม บริเวณจัตุรัสเมอร์เดก้านั้น จะล้อมรอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมอันงดงาม เริ่มจากอาคารสุลต่าอับดุลซามัค อาคารแห่งนี้ดูเผินๆ จะเหมือนกับหอนาฬิกาบิ๊กเบนของอังกฤษเลยทีเดียว (เหมือนจริง) เป็นอาคารสูง 40 เมตร มีหอนาฬิกาอยู่ด้านข้าง ส่วนยอดของอาคารเป็นโดมสีทอง เดิมทีเป็นอาคารที่ทำการของอาณานิคมอังกฤษ แต่ปัจจุบันเป็นอาคารสำนักงานศาลฏีกา อีกอาคารหนึ่งไม่ไกลกันมากนัก คือ รอยัล ซัลลังงอร์ คลับ อาคารย้อนยุคทรงทิวดอร์ (เป็นยอดเหลี่ยมสามอันเรียงกัน) อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อก่อนเป็นเหมือนสโมสรสังสรรค์ของคนอังกฤษยุคอาณานิคม (แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว) นอกจากนั้นเรายังจะได้เห็นสถาปัตยกรรมอังกฤษยุคเก่าอีกมากมายหลายแห่งแบบไม่ต้องบินไปถึงอังกฤษได้เห็นเลย หอศิลป์ และ วิหารเซนต์แมรี่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจัตุรัสเมอร์เดก้า เราแนะนำว่าควรเข้าไปชมหอศิลป์