Highlight Kuala Lumpur City on the Kuala Lumpur Tower.

ส่องเมืองกัวลาลัมเปอร์มุมสูง บนหอคอยกัวลาลัมเปอร์

กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียนั้น จัดว่าเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง เนื่องจากเมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบมาก ไม่ว่าจะเป็นสายความเชื่อก็มี หรือใครจะชอบท่องเที่ยวบนมุมสูง มองเห็นเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา ก็มีเหมือนกันกับ หอคอยกัวลาลัมเปอร์ สิ่งก่อสร้างติดอันดับโลก เวลาเราพูดถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์นั้น เราก็มักจะนึกถึงสัญลักษณ์ของเมืองที่โดดเด่นไปทั่วโลกอย่าง เปโตรนาสทาวเวอร์ หรือ ตึกแฝดนั่นเอง หารู้ไม่ว่ากัวลาลัมเปอร์ยังมีสิ่งก่อสร้างติดอันดับโลกอีกอย่างหนึ่งเลย นั่นคือ หอคอยกัวลาลัมเปอร์ หอคอยแห่งนี้จัดว่าเป็นหอคอยสูงเป็นอันดับ 7 ของโลกกันเลยทีเดียว หอคอยแห่งนี้มีความสูงถึง 421 เมตร (จากพื้นดินถึงปลายยอดเสาอากาศ) มีทั้งหมด 6 ชั้นด้วยกัน การตกแต่งภายใน ก่อนจะไปดูวิวสวยๆ หอคอยกัวลาลัมเปอร์ ยังมีจุดเด่นเรื่องการตกแต่งภายในด้วย หอคอยแห่งนี้มีการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบอิสลามอย่างแท้จริง เมื่อเราเข้าไปด้านในเราจะพบกับการตกแต่งหอคอยด้วยอักษรอารบิค กระเบื้องอิสลาม ลายดอกไม้ และรูปภาพนามธรรมอีกมากมาย เราจะได้เห็นภาพความเชื่อ (คล้ายกับปริศนาธรรมเรา) แต่เป็นของศาสนาอิสลาม นั่นจะทำให้เราเข้าใจถึงความเชื่อของพวกเค้าได้เป็นอย่างดี เลยไม่แปลกหอคอยแห่งนี้จะถูกนับว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศเราด้วย ความหวาดเสียวของ ลิฟต์ เมื่อเราไปถึงหอคอยแล้ว ความสนุกอย่างแรกของการขึ้นหอคอยนี้คือ ลิฟต์ หอคอยแห่งนี้จะมีลิฟต์ทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน จะเป็นลิฟต์แก้วทั้งหมด เราจะได้รับรู้ความหวาดเสียวเล็กน้อยขณะขึ้นลิฟต์ ลิฟต์ใช้เวลาประมาณ

Jama Masjid Center for the Faith

มัสยิดจาเม็ก จุดศูนย์รวมความศรัทธา

ประเทศมาเลเซีย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติแล้ว การท่องเที่ยวตามแนวความเชื่อก็เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ประเทศมาเลเซียส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาอิสลามทำให้มีการสร้างศาสนสถานอย่าง มัสยิด เอาไว้เยอะมาก หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีความเชื่อตามหลักศาสนาอิสลามเราขอแนะนำให้หาโอกาสไปมัสยิดแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย มัสยิดจาเม็ก จุดเริ่มต้นของเมือง มัสยิดจาเม็ก ถือได้ว่าเป็นจุดสำคัญของเมืองกัวลาลัมเปอร์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากมัสยิดแห่งนี้ สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909 นับว่าเป็นมัสยิดเก่าแก่สุดของเมืองก็ไม่ผิดนัก ตัวมัสยิดสร้างอยู่ตรงจุดบรรจบกันของแม่น้ำกลัง และแม่น้ำกอมบัค ทำให้ตรงนี้กลายเป็นจุดแลนด์มาร์คแรกๆ ของเมือง เปรียบได้กับตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเมืองขยายออกไปนั่นเอง สถาปัตยกรรมเก่าแก่ มัสยิดนี้ สร้างมานานแล้วกว่าร้อยกว่าปี แต่ไม่น่าเชื่อว่า ทุกอย่างยังคงสมบูรณ์อยู่เลย อีกทั้งสถาปัตยกรรมของมัสยิดแห่งนี้ยังดูงดงาม เงียบสงบ เหมาะสำหรับการประกอบศาสนพิธี เป็นอย่างมาก อีกทั้งตอนนี้เมืองกัวลาลัมเปอร์ยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ การได้มองเห็นมัสยิดที่มีสถาปัตยกรรมยุคเดิมตั้งอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยิ่งทำให้มัสยิดแห่งนี้ดูโดดเด่นมากขึ้นไปอีก การแต่งกายควรสำรวม การเข้าไปเยี่ยมชม ท่องเที่ยวมัสยิดไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด นั่นทำให้เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้เลย(แต่ควรเช็คก่อนว่าเปิด ปิด เวลาใด หรือบางช่วงเวลาอาจจะไปเจอเค้ากำลังรีโนเวท อยู่อาจจะอดเข้าไป แต่การเข้าไปมีเรื่องสำคัญนั่นคือการแต่งกายตรงนี้ต้องระมัดระวังให้มาก ยิ่งผู้หญิงด้วยแล้วต้องแต่งตัวให้มิดชิด หากเราอยากเข้าไปแต่ไม่มีชุดไม่เป็นไร ทางมัสยิดมีบริการให้เช่าชุดอยู่ แนะนำว่าให้เค้าแต่งให้เลยจะดีมาก แม้ว่าจะร้อนสักหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคย แต่สตรีนางใดก็ตามใส่แล้วจะมีเสน่ห์ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด อีกเรื่องหนึ่งเป็นพื้นที่การเข้าชมมัสยิด อันนี้ควรถามไกด์ หรืออาสาสมัครให้ดีว่า เราเข้าไปได้ไหม ถ่ายรูปได้ไหม จะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นมา (เนื่องจากว่ามีบางพื้นที่ ผู้หญิงเข้าไม่ได้)

Track of faith at the National Mosque of Malaysia

ตามรอยแห่งความศรัทธา ณ มัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซีย

การท่องเที่ยวแบบเดินทางตามรอยถือว่าเป็นแนวคิด และเป้าหมายในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ต้องการไปเห็น ไปสัมผัส ประสบการณ์ตามความฝันของตัวเองสักครั้งหนึ่ง หากใครเป็นแบบนี้แล้วนับถือศาสนาอิสลามละก็ การเดินทางตามรอยแห่งศรัทธา ณ มัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซีย จัดว่าเป็นเป้าหมายที่ไม่ไกลมากนัก น่าจะไปให้ได้สักครั้งหนึ่ง ประวัติความเป็นมาของมัสยิด มัสยิดแห่งนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งศาสนสถานที่สำคัญทั้งในแง่ความเชื่อ และทางด้านการเมืองไปพร้อมกัน เนื่องจากมัสยิดแห่งนี้นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศมาเลเซียหลังจากได้รับเอกราชเป็นไทแก่ตัวเอง มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1975 การก่อสร้างได้ใช้สถาปนิกชาวสหราชอาณาจักร และชาวมาเลเซีย ร่วมมือกัน นั่นทำให้มัสยิดแห่งนี้ผสมผสานเป็นอย่างดี สถาปัตยกรรมผสมผสาน จากความร่วมมือของสถาปนิก นั่นทำให้มัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซียนั้น เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างยุคเก่าและใหม่ นี่ถือว่าเป็นความกล้าหาญของการสร้างครั้งนี้เลย จุดเด่นของมัสยิดต้องเป็นหลังคาแฉกสีน้ำเงิน (ปกติมัสยิดหลังคาไม่เป็นแบบนี้) ด้านในมีการตกแต่งด้วยสระน้ำเล็กๆ และน้ำพุด้วย แน่นอนว่านี่ก็เป็นสิ่งที่เห็นได้ยากจากมัสยิดทั่วไป การตกแต่งภายนอก ภายในแตกต่างจากมัสยิดอื่นทั่วไปนี่แหละทำให้มัสยิดแห่งนี้มีเอกลักษณ์ มีจุดเด่นเหนือมัสยิดทั่วไปที่เราเคยไปมาเลย ห้องละหมาดที่ใหญ่สุดในเอเชีย มัสยิดกลางแห่งชาติของมาเลเซียนั้น จุดเด่นของที่นี่ เราขอยกให้กับห้องละหมาดเลย ห้องละหมาดถูกตกแต่งด้วยหน้าต่างกระจกสี แชนเดอร์เลียร์อันสวยงาม นอกจากนั้น ห้องละหมาดแห่งนี้ใหญ่โตมาก ห้องนี้สามารถบรรจุคนมาละหมาดพร้อมกันได้มากถึง 15,000 คนในคราวเดียว จนถูกยกย่องให้เป็นห้องละหมาดมีขนาดใหญ่สุดในเอเชียเลย เชื่อว่าเมื่อเราเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความศรัทธาของทุกคนในนี้ เข้าฟรีแต่ต้องดูการแต่งกาย การเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์รวมแห่งศรัทธาแห่งนี้ ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด ระยะเวลาเข้าชมสามารถเข้าไปได้ตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันพฤหัสบดี แต่ควรเช็คตารางเวลาก่อนเข้าจะดีมาก บางครั้งอาจจะเปิดเวลา 17.30-18.30 เท่านั้น จะได้ไม่เสียเที่ยว